"จริยธรรม" เป็นส่วนสำคัญยิ่งที่จะกล่อมเกลาจิตใจของ "เยาวชน" ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของประเทศชาติ ให้มีวิจารณญาณบนพื้นฐานเหตุผล มีความรับผิดชอบ มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีจิตใจเป็นสาธารณะ ทำให้เป็นผู้ครองชีวิตอย่างมีความสงบสุข ครอบครัวอบอุ่นและเป็นสมาชิกที่มีประสิทธิภาพในสังคมของชาติ
เพราะความสำคัญของเยาวชนและจริยธรรมดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการจึงได้จัดพิมพ์ประวัติและคติธรรมของ "หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน" (พระราชญาณวิสุทธิโสภณ) ซึ่งเป็นพระผู้มีศีลาจารวัตรอันงดงาม เป็นปราชญ์แห่งพุทธศาสตร์และนักปฏิบัติชั้นครูแห่งครู เป็นตัวอย่างอันดีงามทั้งทางโลกทางธรรมแก่ผู้ได้พบเห็นกราบไหว้ เป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนสูงสุดผู้หนึ่งในยุคนี้
ประวัติและคติธรรมดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการได้รวบรวมมาจากเทศนาคำสอน คำปรารภ คำสนทนาของหลวงตาในต่างวาระและโอกาสให้แก่พระเณรอุบาสกอุบาสิกาศิษยานุศิษย์ ตลอดจนประชาชนทั่ว ๆ ไป จึงเป็นธรรมะที่มีเนื้อหากว้างขวางหลากหลาย ตื้นลึกยากง่ายแตกต่างกันไป ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ได้อ่าน ได้ศึกษาค้นคว้าเลือกสรรไปใช้ให้เกิดประโยชน์ตามกำลังความสามารถของแต่ละบุคคลเพื่อเป็นแบบอย่างอุทาหรณ์ ให้เกิดกำลังใจในการประพฤติ ปฏิบัติตนให้ดีงาม ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เกิดความสงบสุขร่มเย็น มีความก้าวหน้าในชีวิตการงานทั้งทางโลกทางธรรมสืบไป
กระทรวงศึกษาธิการกราบขอบพระคุณในความเมตตาของหลวงตาที่อนุญาตให้จัดพิมพ์ประวัติและธรรมะของท่าน ตามที่ท่านได้เมตตากล่าวว่า
"...เรื่องของเราไม่อยากจะเอามาพูด แต่หากมันจะเป็นประโยชน์แก่โลกบ้าง เราก็หวังประโยชน์แก่โลก เราไม่ได้หวังอะไรเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของเรา... เราพอทุกอย่างแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของโลกของกิเลส พูดให้เต็มยศคือว่าใจเราไม่ใช่ใจโลกใจกิเลส ใจธรรมล้วน ๆ สิ่งเหล่านี้จึงเข้ากันไม่ได้กับเรา
พอสัมผัสปั๊บ มันจะปัดของมันเอง เหมือนกับน้ำตกลงใบบัว ใบบัวก็ไม่ตั้งใจสลัดน้ำ น้ำก็ไม่ตั้งใจจะซึมซาบใบบัว แต่ต่างอันต่างสัมผัสกันแล้วก็กลิ้งตกลงไป ๆ ระหว่างจิตวิมุตติจิตบริสุทธิ์กับความสมมุติซึ่งเป็นเหมือนน้ำตกลงบนใบบัวก็กลิ้งตกไป ๆ อย่างนั้นเหมือนกัน
แต่ตามหลักนิสัยแล้ว เราไม่อยากจะพูดเรื่องเหล่านี้ออกที่ชุมนุมชน ถ้าให้ก็เป็นแบบฝืนใจ ถ้าธรรมดาเราไม่ให้ แต่ถ้าอะไรที่เป็นประโยชน์แก่โลกบ้างเกี่ยวข้องกับเรา หากถึงว่าเราจะมีขัดข้อง แต่ประโยชน์ได้แก่โลกมีอย่างนี้ เราก็ฝืนให้ แต่เราไม่ได้ให้แบบโลก ๆ ให้กัน เราให้แบบธรรมล้วน ๆ
ธรรมเหล่านี้ทุกประเภทที่นำมาสั่งสอนโลก เราไม่ได้มาสอนแบบสุ่มสี่สุ่มห้า การสอนทั้งหมดนี้เรายืนยันในหัวใจของเราออกไปเรียบร้อยแล้วว่าถูกต้อง ใครจะนำไปประพฤติปฏิบัติไปพิจารณาอย่างไร เราก็พร้อมเสมอว่า เราไม่มีอะไรขัดข้อง เพราะเราเอาไปด้วยความพอดีแห่งธรรมทุกขั้นทุกประเภทแห่งธรรมโดยลำดับมาอยู่แล้ว..."
เส้นทางปฏิบัติธรรมของหลวงตามหาบัว เป็นรูปแบบแห่งความเด็ดเดี่ยว ความเป็นนักสู้ ไม่มีคำว่าย่อท้อศิโรราบต่ออุปสรรค ยึดเส้นทางสู่เป้าหมาย ไม่วอกแวกกับสิ่งเย้ายวน หลวงตาจึงเป็นแบบอย่างชีวิตทั้งทางโลกและทางธรรม
กระทรวงศึกษาธิการเชื่อว่าผู้อ่านจะได้รับประโยชน์จากหนังสือเล่มนี้ ทำให้เข้าใจหลักเกณฑ์ในการประพฤติปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ผู้กำลังหมดหวังท้อแท้ต่อชีวิตจะต้องมีกำลังใจกลับสู้ใหม่ ผู้กำลังพากเพียรอยู่ ย่อมมีแก่ใจจะบำเพ็ญคุณงามความดีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป นำมาซึ่งความรุ่งเรืองแก่ตน แก่ครอบครัว เป็นตัวอย่างอันดีงามและเป็นหลักใจแก่ลูกหลานภายภาคหน้า
ดร.สุรัฐ ศิลปอนันต์
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ