๒๙. กิจวัตรหลวงตา
ภาระกิจของท่านอาจมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยอย่างไรนั้น
ขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพ การอนุเคราะห์หรือการเกี่ยวข้องกับโลกด้วย
การกล่าวถึงภารกิจของท่านในที่นี้ จึงเป็นการกล่าวในสมัยที่ท่านมีสุขภาพพอเป็นไป
และเป็นระยะที่ท่านยังบิณฑบาตเองได้
ตี ๓ ตื่นจากจำวัดแล้วจึงบริหารกาย ถัดจากนั้นจึงนั่งสมาธิภาวนาเรื่อยไปจนกระทั่งได้เวลารุ่งอรุณ
รุ่งอรุณ พระอุปัฏฐากท่านจะเข้าไปทำหน้าที่ต่างๆ ภายในกุฏิและบริเวณ ช่วงเวลานี้ท่านเองจะลงไปเดินจงกรมอยู่ในป่า (เว้นแต่มีธุระอื่นที่ควรจัดทำในเวลานี้ ท่านก็ไม่ได้เดินจงกรม) จนใกล้เวลาจะบิณฑบาตท่านจึงออกจากทางจงกรมมา กราบพระประธานและรูปครูบาอาจารย์ที่ศาลา และออกบิณฑบาตในหมู่บ้านซึ่งห่างจากวัด ๑ กม.
สมัยที่สุขภาพของท่านเป็นปกติ ได้บิณฑบาตร่วมสายกับพระเณรอยู่โดยสม่ำเสมอ เพิ่งจะย่นระยะทางลงเหลือเพียงแค่ชายบ้าน ๓-๔ หลังคาเรือนก็ต่อเมื่อธาตุขันธ์ร่างกายท่านเริ่มทรุด ฉันอาหารไม่ค่อยได้ การพักผ่อนหลับนอนไม่ปกติราวปี พ.ศ.๒๕๒๖ นี่เองแต่ไม่ว่าสมัยใดการออกบิณฑบาต ท่านมักไปตามลำพัง โดยปล่อยให้พระเณรล่วงหน้าไปก่อน ด้วยเพราะท่านถือเป็นการเดินจงกรมไปด้วย กำหนดพิจารณาไปด้วย พิจารณาเรื่องอรรถเรื่องธรรมลึกตื้นหยาบละเอียดของธรรมบทต่างๆ แง่ต่างๆ (ต้นปี ๒๕๔๑ นับแต่วันที่ท่านนำเครื่องอุปโภคบริโภคไปแจกโรงพยาบาลย่านจังหวัดสกลนคร และประสบอุบัติเหตุ ทำให้กระดูกต้นแขนขวาแตก ท่านจึงงดออกบิณฑบาตนับแต่นั้นมา)
ฉันจังหัน เมื่อฉันเสร็จหากไม่ตรงกับวันหยุด ถ้ามีคณะศรัทธามาทำบุญ แม้มีจำนวนไม่มาก ท่านก็เมตตาแสดงธรรมให้ฟัง แต่ถ้ามีจำเพาะผู้มาทำบุญอยู่เสมอไม่ค่อยขาด ท่านอาจพูดให้ฟังเล็กน้อยแล้วบอกให้กลับ
สำหรับวันหยุดราชการและวันพระซึ่งคนมามาก ท่านจะเทศน์อบรมเป็นประจำ แต่ในระยะปัจจุบันนี้ (ปี ๒๕๔๒) ท่านเมตตาเทศน์อบรมทุกเช้า จากนั้นจึงเข้าที่พัก